เมื่อกองประกวด Miss Universe Thailand ทำการปลดมง น้ำตาล ชลิตา  ซึ่งปัจจุบันได้มีข่าวลือออกมาว่า ทางกองประกวดว่าจะมีการดันตำรองอันดับ 1 ขึ้นรับตำแหน่งแทน หลังมีข่าวหนาหูว่า อีกฝ่ายก็เตรียมฉีกสัญญากับทางกองประกวดเช่นเดียวกัน ทำให้ข่าวนี้จึงกลายเป็นข่าวโด่งดังเป็นอย่างมาก ทำให้ใครๆ  ต่างก็ไม่พลาดกับการเกาะติดกันเลย

 
น้ำตาล ชลิตา
นอกจากนี้แล้ว ยังมีการขุดเพิ่มมาว่า คนวงในของกองประกวดได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กว่า รอง 1 พร้อมไหมลูก ก็ทำให้ยิ่งใครหลากหลายคนพุ่งเป้าหนักว่า ข่าวโคมลอยในคราวนี้คงจะเป็นจริงซะแล้ว ซึ่งทางด้านกองเชียร์ของรองอันดับ 1 ก็ได้ออกมารับโพสต์กันเพียบว่า พร้อมแล้ว และล่าสุดนี้ เมื่อมีคนนำโพสต์ดังกล่าวไปสอบถามกับสาว  น้ำตาล ชลิตา เจ้าตัวก็ตอบกลับมาว่า เธอเองยังไม่รับรู้เรื่องอะไร อย่างไรก็ดี หลังมีการดราม่าออกมารุ่นพี่นางงาม แก้ว กวินตรา Miss Universe Thailand ปี 2551 ยังได้มีการออกมาโพสต์เฟซบุกว่า ตายแล้ว งดธาตุหวาน ก็เพราะว่าน้ำตาลปลอมมาก จนหลายคนอดคิดไม่ได้ว่า ที่ทางเจ้าตัวออกมาโพสต์เช่นนี้ เพราะจะโยงไปหา น้ำตาล ชลิตา จริงหรือเปล่า น้ำตาล ชลิตา เป็นเหตุให้ข่าวนี้กลายเป็นข่าวหนาหูเป็นอย่างมากมาย
 
เพราะเช่นนั้นข่าว น้ำตาล ชลิตา จึงทำให้แฟนคลับของเขา ต่างก็ทำการติดตามกับข่าวนี้กันอย่างมากมาย  จนกลับเป็นกระแสโด่งดังกันเลยก็ว่าได้ และนี่ก็ถือว่าข่าวด่วนที่ใครต่อใคร ต้องติดตามพร้อมกับไม่ควรพลาดกันเลย

ขณะดีเอสไอ ได้มีการยุติค้นวัด ธรรมกาย พร้อมกับมีการคืนพื้นที่ รื้อสิ่งกีดขวางทั้งหมด และมีการเลิกชุมนุมที่ตลาดกลางคลองหลวงแต่ก็ยังไม่เลิกมาตรา 44 ยังมีตำรวจดูแลความปลอดภัยและป้องกันมือที่สาม ทางพันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมกับทางเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการร่วมทำการตรวจวัดพระธรรมกาย และมีการแถลงข่าวผลปฏิบัติการ

 

โดยได้มีการเปิดวีดีโอทำการอธิบายกับคดีที่ได้เริ่มต้นจากการทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ก่อนที่จะมีกานำไปสู่การออกหมายจับพระธัมมชโย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน รับของโจร และคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน แต่ทางพระธัมมชโย ไม่เข้ามอบตัว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีความพยายามเข้าทำการตรวจค้นหา เพื่อที่จะทำการติดตามจับกุม 2 ครั้ง แต่ได้ถูกการขัดขวางจากประชาชน หรือว่ากลุ่มลูกศิษย์แต่ละคนนั่นเอง ซึ่งทางผลตำรวจเอกไพสิฐ ได้ระบุการทุจริตดังกล่าวที่มีความเสื่อมเสียไปจำนวนหมื่นล้านบาท และมีผู้เสียหายประมาณ 5 หมื่นคน ในการตรวจวัดธรรมกาย ที่จะต้องใช้อำนาจมาตรา 44 ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และได้มีการเข้าตรวจก็ค้นพบว่า โซนต่าง ๆ ของข่าวที่มีข้อมูลว่า พระธัมมชโย ยังอยู่ภายในวัด จึงมีเหตุจำเป็นจะต้องทำการเข้าตรวจและค้นกันอีกครั้งในวันนี้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทางพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และทางหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง เข้าทำการตรวจพื้นที่ต้องสงสัยในโซนบี และ โซนเอ แต่ก็ไม่พบพระธัมมชโย

 

เพราะเช่นนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้เข้าตรวจวัด ธรรมกาย เวลานี้ยังไม่พบ เป็นเหตุให้ข่าวนี้ตกเป็นข่าวที่น่าสนใจ และน่าติดตามเป็นอย่างมาก ทำให้กลายเป็นข่าวที่มีกระแสในการเกาะติดกันอย่างยาวนานกันเลยก็ว่าได้ จนทำให้ใครต่อใคร ต่างก็ไม่พลาดกับการเกาะติด